การบริหารจัดการทรัพยากร และการใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดซื้อ จัดหาวัสดุ สินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เลือกใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการบริหารการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากการบริโภควัสดุที่ไม่จำเป็น เพราะ เอพี (ไทยแลนด์) เชื่อว่า “มากกว่าคำว่าบ้าน” แต่คือการสร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านเอพี (ไทยแลนด์) เติบโตไปพร้อมกับทุกช่วงเวลาชีวิตของทุกคนอย่างยั่งยืน ผ่านความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Choose Green Environment
1. กิจกรรมรณรงค์การเปิด-ปิดเครื่องปรับ อากาศ
การปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่มีการใช้งาน การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟ
2. การเลือกใช้นวัตกรรมใหม่ เพื่อการ ประหยัดพลังงาน
ให้แก่โครงการต่าง ๆ เช่น การเลือกใช้กระจกเขียว ตัดแสง การใช้สีสะท้อน ความร้อนและได้รับการ รับรองฉลาก ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 การออกแบบเพื่อให้อาคารสามารถเปิดรับแสง และลมมากกว่าที่กฎหมายกำหนด ติดแผ่นสะท้อน ความร้อนใต้หลังคาระบบ พื้นที่เป็น flat slate เป็นต้น
3. การสนับสนุนโครงการ เพื่อการลด การใช้ไฟฟ้า
ด้วยวิธีการการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) ในพื้นที่สำนักงานขาย และพื้นที่ ส่วนกลางโครงการ และการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ ไฟฟ้าในโครงการแนวสูง และ สนับสนุนการติดตั้งโซล่า เซลล์ให้แก่ลูกบ้านที่มีความต้องการ
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
ความมุ่งมั่น
เอพี (ไทยแลนด์) มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทมีนโยบายที่เน้นการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำแนวคิดการก่อสร้างอาคารสีเขียวมาใช้ และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานการประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การบริหารจัดการทรัพยากรและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เป็นประเด็นสำคัญ เอพี (ไทยแลนด์) ให้ความสำคัญ โดยมี ความท้าทายหลัก ได้แก่ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด การจัดการขยะก่อสร้างอย่างเป็นระบบ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น และต้นทุนของวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังคงสูง อย่างไรก็ตาม โอกาสในการพัฒนา รวมถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้เพื่อลดขยะก่อสร้างและเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล การลงทุนในนวัตกรรมวัสดุที่ยั่งยืน เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
นอกจากนี้ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่โครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเปิดโอกาสให้ เอพี (ไทยแลนด์) สามารถพัฒนาโครงการที่ใช้พลังงานสะอาด มีพื้นที่สีเขียว และใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ แต่ยังสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
เอพี (ไทยแลนด์) มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน โดยบริหารจัดการทรัพยากรและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้งานและการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การออกแบบและก่อสร้างที่ยั่งยืน
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการแนวคิดอาคารสีเขียว (Green Building) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้ในกระบวนการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแนวราบและแนวสูง
บริษัทออกแบบอาคารให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ เช่น การระบายอากาศแบบธรรมชาติ (Natural Ventilation) และ การรับแสงธรรมชาติในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนจากภายนอก เช่น ฉนวนกันความร้อนบนหลังคา การใช้กระจกเขียวเพื่อลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในปี 2568 บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนในการใช้วัสดุและนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้
- การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คิดเป็น 55.82% ของวัสดุที่ใช้ทั้งหมด
- สนับสนุนการใช้ ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ และวัสดุรีไซเคิลในหลายโครงการ
- ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการแนวราบ และอยู่ระหว่างการขยายผลไปยังโครงการแนวสูงในอนาคต
- การใช้เทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ในการออกแบบอาคาร และการก่อสร้างโครงการส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 68 บาท/ตร.ม. และลดการเกิดของเสียจากการออกแบบที่แม่นยำขึ้น 2,620 ลบ.ม.
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เอพี (ไทยแลนด์) ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน

การคัดเลือกวัสดุอย่างรับผิดชอบ และการหลีกเลี่ยงใช้วัสดุที่มีสารอันตราย
เอพี (ไทยแลนด์) ให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่มีสารอันตราย โดยพิจารณาเลือกใช้วัสดุที่ผ่านการประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) โดยกำหนดให้ใช้วัสดุที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ (Low VOC) และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบในทุกโครงการ
เป้าหมาย:
- เพิ่มสัดส่วนวัสดุที่ผ่านการประเมิน LCA เป็น 10% ของรายการวัสดุทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2572
- 100% ของการเลือกใช้สีทาภายในชนิด Low VOC ในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง (ดำเนินการได้แล้ว และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง)
- สัดส่วนของ กาว และ/หรือ สารยึดติดที่ใช้ในทุกโครงการต้องเป็นชนิด Low VOC 100% ภายในปี พ.ศ. 2575
- ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง (ดำเนินการได้แล้ว และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง)
การใช้พลังงานอย่างมีระสิทธิภาพ
ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เอพี (ไทยแลนด์) ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระดับองค์กรและระดับโครงการ โดยยึดถือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจเป็นแนวทางหลักของการดำเนินงาน บริษัทจึงมุ่งเน้นการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสร้างมูลค่าในระยะยาว
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในเชิงรุก เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ทั้งในพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการแนวราบ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานดั้งเดิมและมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลอดทั้งปี บริษัทสามารถใช้พลังงานทางเลือกจากโซลาร์เซลล์ได้รวมทั้งสิ้น 829.96 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 104.08 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) คิดเป็น 12.54% ของปี 2567

ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานทางเลือก บริษัทได้ดำเนินมาตรการภายในสำนักงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การออกแบบอาคารให้สามารถรับแสงธรรมชาติและถ่ายเทอากาศได้ดี การใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศ การปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ การตั้งเวลา เปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศตลอดจนการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานให้แก่พนักงาน ผลจากการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมทำให้ในปีเดียวกัน บริษัทสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในสำนักงานใหญ่ลงได้ถึง 18.36% จากปี 2567
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สำหรับ เอพี (ไทยแลนด์) การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงมาตรการประหยัดต้นทุน แต่เป็นรากฐานของความยั่งยืนที่ผสานรวมกับเป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้าง “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในทุกโครงการ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานในอาคาร

การนำนวัตกรรมด้านพลังงานมาใช้ในโครงการ

การติดตั้งระบบพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน
Assessment Results Based on the Aqueduct Water Risk Atlas
การบริหารจัดการน้ำ
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ใช้น้ำประปาเป็นแหล่งน้ำหลักในการก่อสร้างและการดำเนินงานขององค์กร บริษัทประเมินความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนน้ำโดยใช้เครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas เวอร์ชัน 4.0 ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) เพื่อนำผลการประเมินมาประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำ และการกำหนดมาตรการสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
แนวทางการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญของบริษัท ได้แก่
- ส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 3Rs ได้แก่ การลดการใช้น้ำ (Reduce) การใช้น้ำซ้ำ (Reuse) และการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)
- ตรวจสอบระบบน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการรั่วไหลและการสูญเสียน้ำ
- นำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ในกรณีที่เหมาะสม
- ติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีประหยัดน้ำ
- ติดตามปริมาณการใช้น้ำ พร้อมส่งเสริมความตระหนักด้านการใช้น้ำแก่พนักงานและผู้รับเหมา
สำหรับโครงการที่ตั้งอยู่ใน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะขาดแคลนน้ำ (water-stressed areas) บริษัทเพิ่มการติดตามความมั่นคงของแหล่งน้ำที่ใช้ ระดับการพึ่งพาน้ำในการดำเนินงาน สภาพการใช้น้ำร่วมกันในพื้นที่ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
โดยบริษัทรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียระหว่างกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของทุกโครงการ และภายหลังโครงการแล้วเสร็จ หรือสำหรับโครงการแนวราบที่ไม่ต้องจัดทำ EIA บริษัทยังคงสื่อสารกับชุมชนโดยรอบทุก 6 เดือน เพื่อทำความเข้าใจความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ข้อมูลดังกล่าวนำไปสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน และการดูแลไม่ให้การดำเนินงานของโครงการส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่ชุมชนและผู้ใช้น้ำรายอื่นสามารถเข้าถึงได้
นอกจากนี้ บริษัทยังมีมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยและแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

บ้านประหยัดพลังงานเบอร์ 5
เอพี (ไทยแลนด์) เข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยการรับรองดังกล่าวประเมินแบบบ้านตามเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นวัตกรรม และการออกแบบเชิงรับ (Passive Design)
ในปี 2025 AP มีแบบบ้านในโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด 31 แบบ โดยมีแบบบ้านจำนวน 25 แบบที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คิดเป็นร้อยละ 80.6 ของแบบบ้านทั้งหมดในกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัท แบบบ้านที่ได้รับการรับรองต้องผ่านเกณฑ์การประเมินด้านประสิทธิภาพพลังงาน การเลือกใช้วัสดุ นวัตกรรม และการออกแบบที่พึ่งพาธรรมชาติ (Passive Design)
AP จะส่งเสริมการออกแบบที่อยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและสนับสนุนการรับรองโดยหน่วยงานภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้โครงการที่อยู่อาศัยอย่างน้อย 1 โครงการได้รับการรับรองตามมาตรฐานการบริหารจัดการอาคารที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศหรือระดับสากลภายในปี 2027
การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
เอพี (ไทยแลนด์) เชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจึงมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือการร่วมพัฒนานวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำกับ CPAC
นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการร่วมกับพันธมิตรในด้านการจัดการพลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่โครงการ และการส่งเสริมให้คู่ค้าหันมาใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น



ระบบบำบัดน้ำเสีย “Aeliftor x AP”
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อส่งเสริมการจัดการน้ำตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในโครงการต่าง ๆ โดยเอพีได้ร่วมกับ DOS พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย “Aeliftor x AP” ซึ่งนำถังสีพลาสติก PP และ PE ที่ใช้แล้วจากงานก่อสร้างมาแปรรูปเป็น Ball Turbine Media สำหรับใช้ในระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและลดความต้องการใช้วัสดุใหม่
บริษัทและ DOS ยังปรับปรุงระบบให้เข้าถึงอุปกรณ์เพื่อบำรุงรักษาได้สะดวกขึ้น เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน และเพิ่มระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การปรับปรุงดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ลดการใช้พลังงาน และยกระดับคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดด้วยการเพิ่มระดับออกซิเจนละลายน้ำ นอกจากนี้ ยังนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ เช่น การรดน้ำต้นไม้ ซึ่งช่วยอนุรักษ์น้ำ ลดการใช้น้ำจืดและปริมาณของเสีย พร้อมส่งเสริมหลักการนิเวศอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียนในการพัฒนาโครงการ
ในปี 2568 บริษัทนำโครงการนี้ไปใช้ใน โครงการที่อยู่อาศัย 22 โครงการ สามารถนำขยะถังสีพลาสติกจำนวน 7,488 กิโลกรัม กลับมาใช้ประโยชน์แทนการนำไปกำจัด ลดการใช้พลังงานรายปีได้ประมาณ 48.61% ต่อโครงการ และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ได้ 313,170 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนานวัตกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตร
เอกสารเพิ่มเติม: กดที่นี่















