เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และวัสดุคาร์บอนต่ำ

เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 70.23 tCO2e ต่อหลัง

เป้าหมาย

ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เฉพาะสำนักงานใหญ่ลง (ขอบเขต 1+2)
เป้าหมาย ปี พ.ศ. 2568
5%
จากปีฐาน 2567
เป้าหมาย ปี พ.ศ. 2572
20%
จากปีฐาน 2567
เป้าหมายระยะยาว ปี พ.ศ. 2593
ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050
การสะสมปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้จากโครงการหย่อมป่าอย่างน้อย
เป้าหมายระยะสั้น ปี พ.ศ. 2568
500 tCO2e
ภายในปี 2568
เป้าหมายระยะยาว ปี พ.ศ. 2572
1,000 tCO2e

ผลการดำเนินงาน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2568 (Scope 1 + Scope 2)
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)
การใช้พลังงานทางเลือก (โซลาร์เซลล์)
MWh
เพิ่มขึ้น 12.54% จากปี 2567
การลดการใช้พลังงานไฟฟ้า (สำนักงานใหญ่)
ลดลง %
จากปี 2567
การปลูกต้นไม้ยืนต้น
ต้น
การกักเก็บคาร์บอนจากโครงการหย่อมป่า
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) *หมายเหตุ เฉพาะสำนักงานใหญ่ การสะสมของปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากโครงการหย่อมป่าจากการรับรอง LESS ในโครงการโซนบางนาต่อเนื่อง 2 ปี
งบประมาณเพื่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ล้านบาท

ความมุ่งมั่น

เอพี (ไทยแลนด์) มุ่งมั่นในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืนโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารที่ประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวัสดุคาร์บอนต่ำ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของโครงการ นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นการพัฒนาแนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการออกแบบโครงการที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย พร้อมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมและอุตสาหกรรม
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ระบบนิเวศบนบก

ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ

ผู้บริหารและพนักงาน
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อยู่อาศัย
ชุมชนและสังคม

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ

เอพี (ไทยแลนด์) มีแผนกลยุทธ์ที่ครอบคลุมการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกพร้อมกับขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

การกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว บริษัทจึงได้บูรณาการการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมีหน้าที่กำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร ตลอดจนติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านความยั่งยืน เป็นผู้ขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ

เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศขององค์กรมีความต่อเนื่อง โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาวได้ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะติดตามผลการดำเนินงานจากคณะทำงานด้านความยั่งยืนเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และกำหนดแนวทางพัฒนาต่อไปได้

กลยุทธ์การดำเนินงานด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติขององค์กร ทั้งในด้านการออกแบบโครงการ การใช้วัสดุและพลังงานอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อพัฒนาแผนการดำเนินงานที่เหมาะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งนำแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ในทุกกระบวนการของห่วงโซ่คุณค่า

กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่โครงการ การส่งเสริมแนวคิด Green Building และการพัฒนาโครงการ “หย่อมป่า” เพื่อเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและกักเก็บคาร์บอน อีกทั้งยังมีการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในโครงการด้านการรีไซเคิลและการจัดการของเสีย

ทั้งหมดนี้ดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บริษัทได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามแนวทางด้านESG และกรอบการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ (Task Force on Climate-related Financial Disclosures: TCFD) มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยได้ประเมินความเสี่ยงด้านกายภาพ ด้านนโยบาย การปรับเปลี่ยนกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง และปรับการดำเนินงานให้ดำเนินต่อได้ในสภาพภูมิอากาศที่ไป

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงาน

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ตามกรอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับประเทศและสากล เช่น GRI Standards 2021, TCFD, ISO14064-1 และอบก. เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ในปี 2568 บริษัทได้มีการทวนสอบข้อมูลการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม (Scope 1 และ Scope 2) เท่ากับ 1,168 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ซึ่งลดลงจากปี 2567 ที่มีค่าเท่ากับ 1,371.7 tCO2e คิดเป็นการลดลงประมาณ 14.91%

ทั้งนี้ ในการทวนสอบข้อมูล การปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ขอบเขตที่ 3 องค์กรได้ดำเนินการทวนสอบครบถ้วนทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง แต่จากผลการพิจารณาแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ พบว่าแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญขององค์กร (มีคะแนนผลรวมการประเมินสูงสุด) ที่นำมารายงานในรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในครั้งนี้ ได้แก่ การได้มาของพลังงานและเชื้อเพลิงที่ใช้ในองค์กร (Fuel and energy related activities ) (ข้อมูลเพิ่มเติม Carbon Footprint for Organization in Accordance with TGO Guidelines and ISO 14064-1)

ISO 14064-1 Certification

Carbon Footprint for Organization (CFO) Certification by TGO

ผลการดำเนินงาน ในปี 2568
ขอบเขตที่ 1
ลดลงจาก 666.52 tCO2e ในปี 2567 เหลือ 419 tCO2e ในปี 2568
ขอบเขตที่ 2
ลดลงจาก 819.12 tCO2e ในปี 2566 เหลือ 743.21 tCO2e ในปี 2568
ดัชนีเนื้อหา GRI
ภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการกักเก็บคาร์บอน

แหล่งการปล่อยหลักและการกักเก็บคาร์บอนจากโครงการหย่อมป่า

การร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่าการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการลดคาร์บอนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น

  • โครงการ Waste to Value ร่วมกับบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเศษอิฐมวลเบาจากกระบวนการก่อสร้างกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ลดปริมาณของเสียที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ และลดการใช้ทรัพยากรใหม่
  • โครงการ "แยก-เท-ได้" (Know Waste, No Waste) ร่วมกับนิติบุคคลและผู้อยู่อาศัยในโครงการ ส่งเสริมการแยกขยะต้นทางอย่างเป็นระบบ และสร้างวัฒนธรรมการจัดการของเสียในชุมชนเมือง
  • โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพภายในโครงการที่อยู่อาศัย

การดำเนินงานร่วมกันเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่า แต่ยังสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนโดยรอบ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีส่วนร่วม

การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร

ในปี 2568 บริษัทได้จัดอบรม “Carbon Footprint for Organization” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตามแนวทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และ ISO 14064-1 โดยการอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนฝ่ายบริหารและผู้เกี่ยวข้องจากทุกหน่วยงานโดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำแนะนำเชิงเทคนิค เพื่อยกระดับความเข้าใจของบุคลากรต่อประเด็น Climate Change ตลอดจนความเชื่อมโยงระหว่าง Carbon Footprint, Carbon Credit, Carbon Neutrality และ Net Zero รวมถึงแนวทางการปรับตัวขององค์กรให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

โครงการและกิจกรรม