ความมุ่งมั่นของ CEO
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ
โดยบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กร กรอบการกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ปี 2568 เป็นปีที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความเข้มงวดของสินเชื่อ ต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ผันผวน ตลอดจนความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น บริบทดังกล่าวสะท้อนว่า “ความยั่งยืน” เป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน ความยืดหยุ่นทางธุรกิจ และการเติบโตในระยะยาว
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” โดยบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กร กรอบการกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ในปีที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และสังคม ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในทุกกระบวนการของธุรกิจ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวในการ “มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและแนวโน้มกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศในระดับสากล โดยบริษัทได้ผนวกการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงเชิงกายภาพและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน เข้ากับกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว ปกป้องมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคง
จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับการประเมิน ESG Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รวมถึงเข้าร่วมการประเมินFTSE Russell ESG Scores เป็นปีที่ 2 และได้รับเชิญเข้าร่วมการประเมินจาก S&P Global เป็นปีแรก โดยมีผลคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนถึงพัฒนาการด้านการบริหารจัดการความยั่งยืนของบริษัทในระดับที่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
ตลอดกว่า 35 ปีที่ผ่านมา เอพี ไทยแลนด์ ยึดมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน แต่ยังคำนึงถึงคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ในระยะต่อไป บริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรให้เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์หลักขององค์กร เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น พร้อมสนับสนุนการเติบโตของสังคมไทยและประเทศในระยะยาว
อนุพงษ์ อัศวโภคิน และ พิเชษฐ วิภวศุภกร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบและพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
ให้แก่ลูกค้าและชุมชนโดยรอบอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 213 โครงการ และขยายการดำเนินงานสู่ภูมิภาคต่าง ๆ รวม 15 โครงการ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับมาตรฐานการดำเนินงานที่ยั่งยืนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปพัฒนา
การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
“เลือกทำ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี” บริษัทได้บูรถนาการแนวคิดด้านความยั่งยืนในทุกโครงการ ทั้งโครงการเดิมและการพัฒนาโครงการใหม่ ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ การคัดเลือกวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคาร์บอนต่ำ การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน หรือการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในการสร้างแนวทางการออกแบบพื้นที่สีเขียวส่วนกลางของโครงการบ้าน และคอนโด ให้มีความเหมาะสมต่อระบบนิเวศบริการ โดยในปี 2568 บริษัทได้รับรางวัลบ้านประหยัดพลังงานจาก กฟผ. จำนวน 4 รางวัล นอกจากนี้ บริษัทได้ริเริ่มการจัดทำแผนบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan) เพื่อบริหารและจัดการความเสี่ยงในการพัฒนาพื้นที่โครงการซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งยังดำเนินการตามมาตรการอนุรักษ์พลังงานโดยสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 273.03 เมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือประมาณประมาณ 18.36% ของปี 2567 พร้อมทั้งบริษัทยังส่งเสริมการติดตั้งพลังงานทางเลือกในสโมสรส่วนกลางโครงการทั้งในแนวราบและแนวสูง การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จึงเพิ่มขึ้น 12.54% จากปี 2567 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกรจกจากการใช้ไฟฟ้าลงได้ 39.3 ต้นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าได้มากถึง 3,669,823.96 บาท นอกจากนี้บริษัทยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตหนึ่งและสอง) ลงได้ 204.69 ต้นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือลดลงร้อยละ 14.91% เมื่อเทียบจากปี 2567 และบริษัทได้ร่วมกับพันธมิตรและคู่ค้าในการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณขยะจากการดำเนินงานสู่หลุมฝังกลบ อาทิ โครงการWaste to Value ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลับมาเกิดประโยชน์อีกครั้ง หรือโครงการ Knowe waste No waste ที่ได้เข้าร่วมกับทางกรุงเทพมหานครในกิจกรรมบ้านนี้ไม่เทรวมโดยมีลูกบ้านกว่า 7,378 ครัวเรือนเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างคุ้มค่า ลดการฝั่งกลบขยะ และยังสามารถลดปริมาณขยะสู่หลุมฝั่งกลบได้ 49 ตัน และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 100.3 ต้นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การดำเนินงานด้านสังคม
“เลือกลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคม” สิ่งหนึ่งที่กลุ่มบริษัทของเรา ได้ยึดถือปฏิบัติเสมอมานอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว เรามีความเชื่อว่าการส่งเสริมการศึกษาจะยิ่งพัฒนาศักยภาพของคนและนำไปสู่โอกาสทางสังคม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ ในปีนี้เราจึงได้เดินหน้าพัฒนาชุมชน และสังคมรวมกับพันธมิตรอย่างมูลนิธิสติ ในการสร้างโอกาสให้กับเด็ก และเยาวชนกลุ่มเปราะบางในการพัฒนาทักษะ และสร้างอาชีพ นอกจากนี้บริษัทยังคงมอบโอกาสทางการศึกษาและสร้างทักษะแห่งชีวิต สนับสนุนให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านใครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างโครงการ AP Open House ที่ให้โอกาศนักศึกษาเข้ามาเรียนรู้กระบวนการด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิด หรือกิจกรรม AP Public Course Training การจัดให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปในการก่อสร้าง ออกแบบ การขาย และการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แก่บุคคลทั่วไป และบริษัทยังเชื่อมั่นถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรบุคคล ว่าเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร เราปลูกฝังวัฒนธรรม Outward Mindset และ Design Thinking เพื่อหล่อหลอมผู้นำและทีมงานให้มองไกลกว่าตนเอง เข้าใจผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อสร้างนวัตกรรม ขีดความสามารถทางการแข่งขัน และการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ทั้งยังให้ความสำคัญกับกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของพนักงาน และละสนับสุนความหลากหลายในองค์กร
การดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล
“เลือกสร้างองค์กรที่โปร่งใส” เราดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม เรามุ่งมั่นยกระดับการกำกับ ดูแลกิจการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ป้องกันการทุจริต และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นนี้ ในการขยาย เครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้า โดยการสนับสนุนให้บริษัทคู่ค้าของบริษัทเข้าเป็นแนวร่วมต่อต้านการคอร์รัปชัน ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทได้รับ รางวัล CAC CHANGE AGENT 2025 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) และแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการ (CGR Checklist) อยู่ในระดับ 5 ดาว หรือ "ดีเลิศ" (Excellence CG Scoring) อย่างต่อเนื่อง จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้รับการประเมินเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้ง ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Best CEO, Outstanding CFO และ Best IR ในกลุ่มธุsกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)
จากความสำเร็จในทุกมิติของบริษัทในปีที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่ร่วมสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพนักงานทุกคน ผู้เป็นหัวใจสำคัญของบ้าน AP หลังนี้ พลัง ความทุ่มเท และความเป็นหนึ่งเดียวของพวกเราคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้บริษัทก้าวผ่านความท้าทาย สร้างโอกาสใหม่ และเติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ภายใต้แนวคิด “Sustainable Life” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอยู่อาศัยของวันนี้ กับความยั่งยืนระยะยาว และส่งมอบ “ชีวิตดี ๆ ที่ยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติของการอยู่อาศัยและสังคมโดยรอบ
รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ
ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)